หลอดไฟ…ก่อนซื้อต้องรู้อะไรบ้าง ?

หลอดไฟ…ก่อนซื้อต้องรู้อะไรบ้าง ?

หลอดไฟ

หลอดไฟ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่างหนึ่ง ที่ค่อยให้แสงสว่าง ยามค่ำคืน การเลือกซื้อหลอดไฟ ให้เหมาะกับ ที่อยู่อาศัย  อาคารบ้านเรือน จึงสำคัญ เพื่อแสงสว่าง ที่เพียงพอ ต่อสถานที่นั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบัน หลอดไฟได้มีการพัฒนา ออกมาหลาย ประเภท ซึ่งแต่ละประเภท ก็จะมี ลักษณะเฉพาะตัว ออกแบบภายใน

หลอดไฟ

 

ประเภทของหลอดไฟ

1.หลอด LED ได้รับการพัฒนา มาจากเทคโนโลยี ในยุคใหม่ ๆ คุณภาพสูง ตัวไส้หลอดนั้นไม่มีสารปรอท หรือสารเรืองแสง จึงไม่มีการเผาไส้หลอด ทำให้ไม่เกิดความร้อน

จุดเด่นคือ ปราศจากรังสี UV ช่วยถนอมสายตา ไม่เกิดอันตรายต่อผิวพรรณ กินไฟน้อย แต่ให้ความสว่างมาก และประหยัดพลังงาน มากกว่าหลอดไฟ ประเภทอื่น มีอายุ การใช้งาน ที่ยาวนาน สูงสุดถึง 8,000-60,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 ปี ขึ้นไป

2.หลอดคอมแพ็คฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดตะเกียบ บางครั้ง ก็เรียกว่า หลอดประหยัดไฟ ใช้แทนหลอดไส้ มีขนาดกระทัดรัด อายุการใช้งานยาวนานขึ้น ประหยัดไฟมากขึ้น ประหยัดไฟร้อยละ 75-80 ของหลอดไส้ ให้กำลังส่องสว่างยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีรังสี UV และสารปรอท

หลอดประเภทนี้ ยังถูกแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ชนิดตามลักษณะการใช้งาน มีทั้งแบบขั้วเกลียว และขั้วเสียบ มีบัลลาสต์ภายนอก หรือในตัว เป็นต้น

3.หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดนีออน ราคาถูกกว่าหลอด LED มีประสิทธิภาพ ในการให้แสงสว่าง มากกว่า หลอดไส้ ถึง 4 เท่า อายุการใช้ งานยาวนานขึ้น ตัวหลอดไฟไม่ร้อน จึงประหยัดพลังงาน

โดยตัวหลอดมีไส้ โลหะทังสเตน ติดอยู่ ที่ปลายทั้ง 2 ข้างของหลอด ผิวภายใน ฉาบด้วย สารเรืองแสง โดยมีการ ใส่ปรอท ไว้เล็กน้อย ซึ่งเป็นอันตราย ต่อมนุษย์ ต้องระมัดระวัง อย่างมาก เมื่อหลอดชนิดนี้แตก และควรทิ้ง อย่างถูกวิธี

4.หลอดไส้ หรืออินคานเดสเซนต์ เป็นหลอดไฟ รุ่นแรก ๆ ที่มีการพัฒนา และถูกใช้ มาจนถึงทุกวันนี้ ราคาถูกที่สุด ตัวหลอดนั้น ทำมาจากทังสเตน จึงให้ความร้อน ที่สูง แต่ประสิทธิภาพ ในการส่องสว่างต่ำ

ข้อเสีย ของหลอดชนิดนี้ เนื่องจาก หลอดใช้พลังงาน ความร้อน สูงมาก จึงกินไฟมาก และอายุการ ใช้งานอยู่ที่ 1,000-1,500 ชม. ซึ่งค่อนข้างสั้น แต่หลอดไฟชนิดนี้ สามารถใช้กับ สวิทช์หรี่ไฟ เพื่อปรับระดับแสง จะช่วย ยืดอายุ การใช้งานได้

5.หลอดไฟเอดิสัน หรือหลอดไฟวินเทจ เป็นหลอดไฟ ที่เลียนแบบ มาจาก หลอดไฟแบบไส้  แต่นำเทคโนโลยี สมัยใหม่ มาผสมผสาน แต่ยังคง กลิ่นอายแบบย้อนยุค ประหยัดไฟ และใช้งาน ได้นานกว่า หลอดไส้ ทั่วไป ซึ่งอายุการใช้งาน ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง

หลอดไฟ

 

โทนสีของแสง จะพบว่า แสงที่สว่าง ออกมา จากหลอดไฟ แต่ละดวงนั้น มีโทนสี ที่แตกต่างกัน และแต่ละโทน ก็ให้ความรู้สึก ทางอารมณ์ และสร้างบรรยากาศ ไปในทิศทาง ที่ต่างกัน และยังส่งผล ต่อประสิทธิภาพ ในการมองเห็นด้วย

สีของแสง หรือเรียกอีกอย่างว่า อุณหภูมิสี (Color Temperature) มีหน่วยเป็นเคลวิน (Kelvin) คือ ค่าที่บอกว่า แสงที่ได้ มีความขาวบริสุทธิ์ มากน้อยแค่ไหน ถ้าหลอดไฟ มีค่าอุณหภูมิ สีของแสงน้อย แสงที่ได้ จะออกมา ในโทนสีเหลือง แต่ถ้า ค่าอุณหภูมิ สีของแสง สูงขึ้น แสงที่ได้ จะออกมา ในโทนสีขาว หรือสีขาวอมฟ้า ซึ่งหลอดไฟ ที่จำหน่าย อยู่ในท้องตลาด มีให้เลือก อยู่ 3 โทนสีหลัก คือ

  • หลอดไฟ Warm White มีอุณหภูมิสี อยู่ที่ 2,500-3,300 เคลวิน ให้แสง ในโทนส้ม ทำให้ รู้สึก ถึงความอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง  เหมาะนำไปใช้ ในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ หรือมุมอ่านหนังสือ ในตอนกลางคืน

แต่แสง Warm White จะทำให้ สีที่สะท้อนกลับมา ผิดเพี้ยน ไม่ตรงตามจริงได้ เช่น เห็นเสื้อสีขาว เป็นสีนวล จึงควรระมัดระวัง หากติดตั้ง ในบริเวณ ที่มีกิจกรรม ที่ต้องการ เห็นค่าสี ของวัตถุ ที่ถูกต้อง

  • หลอดไฟ Cool White มีอุณหภูมิสี อยู่ที่ 4,000 เคลวิน แสงจะออก มาทางสีขาว เป็นสีโทนเย็น ดูแล้วสบายตา นิยมใช้กัน ในร้านค้าต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ สีสัน ของสินค้า ดูสดใส กว่าความเป็นจริง
  • หลอดไฟ Daylight มีอุณหภูมิสี อยู่ที่ 6,000-6,500 เคลวิน ถือเป็น สีมาตรฐาน ที่นิยมใช้ กันมากที่สุด เพราะให้สี ใกล้เคียง กับแสงอาทิตย์

จึงไม่ทำให้ สีของวัตถุ ที่สะท้อนกลับมา ผิดเพี้ยน หรือหลอกตา แสง Daylight สามารถ ใช้ได้ กับทุกที่ ที่ต้องการ ความสว่างสดใส ช่วยกระตุ้น ร่างกาย ให้กระปรี้กระเปร่า สดชื่น

Leave a Reply