รีวิว LOKI : โลกิ “ตัวแปร” สู่จักรวาลมาร์เวล

รีวิว LOKI : โลกิ “ตัวแปร” สู่จักรวาลมาร์เวล

LOKI

LOKI : โลกิ มินิซีรีส์อเมริกัน สร้างขึ้น สำหรับ ดิสนีย์พลัส กำกับโดย ไมเคิล วอลดรัน เนื้อเรื่อง อิงตามตัวละคร มาร์เวลคอมิกส์ ในชื่อเดียวกัน

 

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราว ที่ย้อนกลับ ในปี 2012 บนสตาร์กทาวเวอร์ ที่ โลกิ เลาฟิสัน ( รับบทโดย Tom Hiddleston ) ขโมยอัญมณี เทสเซอร์แรคท์ ไป ทำให้ เขาถูก องค์การกำกับสาขาเวลา ( TVA ) จับตัวไป คุมขัง ในข้อหา ละเมิด เส้นเวลา ศักดิ์สิทธิ์

ขณะเดียวกัน องค์การกำกับสาขาเวลา ก็กำลัง เผชิญกับ เหตุการณ์ ไม่คาดฝัน มีคนจู่โจม และขโมย ตะเกียงประจุรีเซ็ตไป โมเบียส ( รับบทโดย Owen Wilson ) เจ้าหน้าที่ คนสำคัญ ผู้ดูแลงานนี้อยู่ ก็ถูกเรียกไป ให้รับหน้าที่ ดูแล เป็นการเฉพาะ

เขามีเป้าหมาย ที่ต้องการ ให้โลกิ ช่วยจับตัววายร้าย ตัวแปร ตัวนี้ แลกกับการ ได้พบกับ ผู้พิทักษ์เวลา นี่คือเรื่องราว ในแง่มุม ของโลกิ ที่ไม่มีใครรู้ และจุดเริ่มต้น ของชะตากรรม อันยิ่งใหญ่ ที่สุด ในจักรวาล MCU

 

Loki

 

LOKI ซีรีส์ เดินเรื่อง แบบสไตล์เล่า และรู้ ไปตามเนื้อเรื่อง ผสมกับ ตลก และต้มตุ๋น ไปมา ไม่เปิดเผย ตัวเรื่องราว หรืออะไร ให้เรา เป็นตัวแทน กับโลกิ สำรวจ ไปในเรื่องราว

ทั้งในด้าน ของตัวตน ที่แท้จริง ของโลกิ และตัวละคร รอบตัว ทั้งดี และร้าย ที่ค่อย ๆ ผลักดัน ให้เรื่อง มีความเข้มข้น ในแบบฉบับ ของซีรีส์ ที่เน้นพล็อต มากกว่า ฉากแอ็คชั่น แต่ก็ยังไม่ทิ้ง ความอลังการ ในแง่ คอนเซปต์ ที่ล้ำสุด ในจักรวาล MCU

สิ่งที่น่าเสียดาย เป็นเรื่องของ ฉากแอ็คชั่น ที่ดร็อปกว่า ซีรีส์มาเวล เรื่องอื่น ๆ ก่อนหน้า ที่ค่อนข้าง มีน้อย และไม่ค่อยชวน ตื่นเต้น สักเท่าไหร่

การเดินเรื่อง ในครึ่ง ซีซั่น เน้นไปที่ บทสนทนา และความสัมพันธ์ ที่กว่า จะได้บู๊จริง ๆ มีน้อย มากด้วย อาจเพราะ ด้วยซีรีส์ ต้องการจะโชว์พล็อต และไอเดีย สร้างสรรค์ เกี่ยวกับเวลา

เนื้อเรื่อง กับบทสนทนา จึงเป็นหัวใจ สำคัญ ของเรื่อง มากกว่า ฉากแอ็คชั่น ในสไตล์ หนังซุปเปอร์ฮีโร่ และด้วยความยาว ของตอน ที่มีเพียง แค่หกตอน

แต่เมื่อดูจบแล้ว ก็รู้สึกว่า มันไม่อิมแพ็ค เท่าที่ควร แม้จะทิ้ง อะไรหลายอย่าง ให้ติดตามต่อ ในซีซั่น 2 ที่ประกาศ หลังซีซั่นแรกจบ การเฉลยปม ก็ดูจะเป็น การจับยัด ที่มาร์เวล ต้องการ โยงจักรวาล ให้มีเหตุผล

ว่าทำไม โลกิ ถึงต้องเข้ามา เกี่ยวข้อง ฟังดู จะกลบ พล็อตโฮลได้ แต่ก็ ไม่เลย มันก็ยังดู เป็นอะไร ที่แค่นั้นเหรอ อย่างงั้นเองเหรอ ด้วยตอนท้าย ที่ไม่มีฉาก อลังการ หรือตูมตาม

แต่กลับ เปิดตัวร้ายจริง ๆ ของเรื่อง ให้ได้เห็น ความน่ากลัว กับบทสนทนา ที่ปั่นประสาท และน่าสะพรึง กว่า ทานอส ในตอนอเวนเจอร์ เฟสก่อน ๆ อีก เพราะมัน สามารถ ควบคุมการไหล ของกระแสเวลาได้ และเป็นต้นเหตุ ของเรื่องทั้งหมด ที่ส่งผลกระทบ อย่างกว้างขว้างมาก ๆ

ใครอยากดูซีรีส์ เล่าเรื่อง เกี่ยวกับ เวลาล้ำ ๆ ต้องดู เพราะมันคือ ซีรีส์คุณภาพ ที่มาพร้อมกับ นักแสดง ที่ทรงพลัง ดนตรี ประกอบ สุดอลัง และคอนเซปต์ เรื่องกาลเวลา สุดล้ำ ที่สามารถ สร้างผลกระทบ กับจักรวาล MCU อย่างใหญ่หลวง

แม้จะมี จังหวะการเล่าเรื่อง ที่อืดไปบ้าง ในช่วงครึ่งซีซั่น หรือตอนท้าย จะตกม้าตาย ในสไตล์ซีรีส์ ในจักรวาล MCU เหมือนเรื่องก่อนหน้า แต่มัน ก็คือลิขิต อันทรงเกียรติแล้ว หากได้ดูเรื่องนี้

ประเด็น ที่อ้างอิง จากโลก แห่งความจริง ที่เรียบง่าย แต่กินใจ มีมุกตลก คอยมาเบรค อารมณ์ มีความสัมพันธ์ รักชวนโรแมนติก มีฉากแอ็คชัน ที่ผ่าน ๆ ตา

ตัวละคร ที่น่าจดจำ ในแทบทุกตัว และปูเรื่อง สู่เรื่องราว ในจักรวาล และซีซั่นสอง ที่ประกาศเดินหน้า ถ่ายทำแล้ว ไม่แน่ คุณที่ดูเรื่องนี้ อาจจะ ต้องไปทำความเข้าใจ โลกิเพิ่มเติม

ถือเป็นซีรีส์ดี ที่ไม่ได้ดีมาก แต่ก็เป็นซีรีส์ ที่มีอะไรดี ๆ ให้ได้หยิบจับ สัมผัสผ่านตัวละครโลกิ โดยไม่ต้อง เพิ่งพลัง ของตัวละครซูปเปอร์ฮีโร่ คนอื่น ๆ ที่มี ในมาร์เวลเลย เสือมังกรคืออะไร

Leave a Reply